โซเชียลสนั่น เสียงแตก! 4 ประเด็นพูดถึง “ดิสนีย์แลนด์ ไทย"
โซเชียลสนั่น “ดิสนีย์แลนด์ ไทย" เสียงแตก! อยากให้เกิด แต่มีเงื่อนไขต้องเคลียร์ และยังกังวลความต่อเนื่องนโยบายรัฐ-ความชัดเจนทางการเมือง
ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) หรือ สวนสนุกธีมพาร์กระดับโลก หลังมีกระแสข่าวเข้ามาลงทุนในไทย ได้รับความสนใจอีกครั้งบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะหลังมีการพูดถึงแนวคิดที่จะดึงดูดเมกะโปรเจกต์ระดับโลกนี้ให้เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด เปิดเผยว่า TOP 4 ประเด็นฮิตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียล โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. ความเชื่อมั่นด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน (39.4%)
ประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ ความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของนโยบายรัฐและความชัดเจนทางการเมือง โดยชาวโซเชียลบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า โครงการอาจถูกมองเป็นเพียงการขายฝันในช่วงใกล้การเลือกตั้ง พร้อมยกตัวอย่างเมกะโปรเจกต์อื่น ๆ ที่ยังล่าช้า เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงความกังวลด้านความโปร่งใสและการทุจริตที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
2.สภาพอากาศ (28.6%)
สภาพอากาศร้อนของประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญ โดยเสียงส่วนหนึ่งมีคำถามว่า นักท่องเที่ยวจะสามารถต่อคิวเครื่องเล่นท่ามกลางแดดร้อนไหวหรือไม่ ส่งผลให้เกิดข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบสวนสนุกในรูปแบบระบบปิด (Indoor) หรือโดมติดแอร์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทย
3.ค่าครองชีพ vs ราคาบัตรเข้าชม (23.8%)
ประเด็นด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศเป็นที่กล่าวถึงอย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน เมื่อมีการประเมินจากบทสนทนาในสังคมออนไลน์ว่า ราคาบัตรเข้าชมอาจอยู่ในช่วง 2,000-3,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชาวโซเชียลหยิบยกขึ้นมาพูดถึงและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำและรายได้เฉลี่ยของคนไทย ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า กำลังซื้อภายในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือออกแบบโครงสร้างราคาที่เหมาะสมได้
4.เอกลักษณ์ความเป็นไทย (8.2%)
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ การเสนอให้นำ "เอกลักษณ์ความเป็นไทย" มาใช้เป็นจุดขาย โดยมีการพูดถึงไอเดียการนำธีมจากภาพยนตร์ "Raya and the Last Dragon" มาเป็นตัวชูโรงในฐานะเจ้าหญิงดิสนีย์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการเสนอไอเดียให้มิกกี้เมาส์นุ่งโจงกระเบน มินนี่เมาส์ห่มสไบ หรือการเนรมิตโซนตลาดน้ำดิสนีย์ (Floating Market) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฟนคลับชาวไทยต้องการเห็น "Disney in Thai Style" ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลกได้อย่างลงตัว
เสียงแตก? ส่วนใหญ่เชียร์ แต่มีเงื่อนไขที่ต้องเคลียร์!
และเมื่อพิจารณาภาพรวมของการสนทนาบนโซเชียล พบว่า แม้จะมีข้อกังวลหลากหลาย แต่เสียงส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง โดยมองว่าอุปสรรคต่าง ๆ เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ มากกว่าจะเป็นเหตุผลให้ล้มเลิกโครงการ
ฝั่งที่เห็นด้วย (75.7% ของการกล่าวถึงบนสังคมออนไลน์) มองว่า Disneyland จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ สร้างงาน และยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ฝั่งที่ไม่เห็นด้วย (24.3% ของการกล่าวถึงบนสังคมออนไลน์) กลุ่มนี้ให้เหตุผลหลักเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และมองว่าควรพัฒนาสวนสนุกหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม รวมถึงเสนอให้สร้างแลนด์มาร์กที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริงมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่สะท้อนความต้องการของผู้คนในสังคมออนไลน์ส่วนหนึ่งที่อยากเห็นโครงการเกิดขึ้นจริง ภายใต้เงื่อนไขสำคัญทั้งด้านการจัดการสภาพอากาศ ระบบการเดินทาง และโครงสร้างราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงการในอนาคต
ปักหมุด EEC แต่ทำเลอื่นก็ถูกพูดถึง
แม้ตามแผนแม่บทของภาครัฐจะมุ่งเป้าไปที่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) แต่เสียงจากโซเชียลสะท้อนว่ามีการพูดถึงทำเลศักยภาพกระจายไปยัง 6 โซนทั่วประเทศ โดยเรียงตามสัดส่วนการกล่าวถึง (Mention) ได้แก่
1.ภาคตะวันออก (31.5%) : EEC ครอบคลุม 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา โดดเด่นในเรื่องความพร้อมหลายด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และความใกล้กรุงเทพฯ สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในเมืองหลวง สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวแบบวันเดียวกลับ (One-day trip) ได้สะดวก
2.ภาคเหนือ (21.8%) : เชียงใหม่/เชียงราย เป็นตัวเลือกที่ชนะใจชาวโซเชียลด้านสภาพอากาศ โดยเฉพาะหาก Disneyland ไปตั้งที่เชียงใหม่ หรือบนดอย รวมถึงบรรยากาศที่มี Vibe ใกล้เคียงกับ Disneyland ปารีส และ โตเกียว
3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (19.2%) : เขาใหญ่/นครราชสีมา เป็นโลเคชันที่ถูกมองว่าเหมาะกับสวนสนุกกลางแจ้งเพราะมีอากาศเย็นสบาย และปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ เพราะเขาใหญ่เป็นพื้นที่สูง ไม่มีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม
นอกจากนี้ จังหวัดขอนแก่น ก็ติดหนึ่งในทำเลที่ถูกใจชาวโซเชียล ด้วยแนวคิดว่าเป็นจังหวัดใหญ่มีสนามบินนานาชาติ มีมหาวิทยาลัย และเป็นศูนย์กลางคมนาคมที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว และจีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันทีที่โครงการรถไฟความเร็วสูงดำเนินการแล้วเสร็จ
4.ภาคกลาง (14.5%) : กรุงเทพฯ และปริมณฑล ชูจุดเด่นเรื่องความสะดวกในการเดินทางและความถี่ในการท่องเที่ยว โดยกลุ่มที่พูดถึงทำเลนี้มองข้ามเรื่องวิวทิวทัศน์ แต่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายเป็นปัจจัยสำคัญ
5. ภาคใต้ (8.4%) : ภูเก็ต/กระบี่ ถูกพูดถึงในมุมศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับพรีเมียม (Luxury Market) ที่มีกำลังซื้อสูง
6. ภาคตะวันตก (4.6%) : ประจวบคีรีขันธ์/เพชรบุรี การกล่าวถึงของโซนนี้สะท้อนแนวคิดการกระจายความเจริญและการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ อย่างคุ้มค่า เช่น สามารถเดินทางด้วยมอเตอร์เวย์สายใต้ (M81) ที่ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางมหาศาล และ สนามบินหัวหิน ซึ่งพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้ไม่แพ้ทำเลฝั่งตะวันออก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB